Search
Close this search box.
Search

ตัดถุงใต้ตาที่ไหนดี และรักษาถุงใต้ตาด้วยวิธีไหนได้บ้าง

( Eye Bag Surgery )

  ปัญหาถุงไขมันใต้ตาที่ใหญ่และดำคล้ำอาจทำให้ใครหลายคนกลุ้มใจ  เมื่ออายุมากขึ้นทุกอย่างก็เริ่มเข้าสู่ความหย่อนคล้อย จนเกิดปัญหาถุงใต้ตา ซึ่งเป็นปัญหาที่คอยกวนใจของใครหลายๆคน เมื่อวัยเพิ่มมากขึ้นผังผืดที่หุ้มกล้ามเนื้อ และเปลือกตาล่างอ่อนกำลังลงก็จะทำให้ไขมันค่อยๆ นูนป่องออกมาทีละน้อยๆจนเห็นชัดเป็นถุงใต้ตาชัดเจน เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้รูปตาของเราดูไม่สวยงาม และยังทำให้องค์ประกอบโดยรวมของใบหน้าดูไม่อ่อนเยาว์แก่ก่อนวัย 

ถุงใต้ตามักเป็นผลมาจากสภาวะชั่วคราวและอาจรวมถึง การอดนอน ความเครียดเรื้อรัง รับประทานอาหารที่ไม่มีประโยชน์ และความเหนื่อยล้า หรือเป็นผลมาจากการเจ็บป่วยหรือทานยา เป็นต้น ผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้และแพ้ง่ายมักมีปัญหาถุงใต้ตาได้เช่นกัน 

หากปล่อยทิ้งไว้เป็นเวลานานก็อาจทำให้ปัญหานี้ลุกลามจนแก้ไขได้ยาก โดยปัจจุบันตอนนี้เทคนิคทางการแพทย์มีความทันสมัยมากขึ้น และมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพิ่มมากขึ้นอีกด้วยที่จะช่วยแก้ปัญหาถุงใต้ตา ลดถุงใต้ตา ตาห้อย ถุงใต้ตาหย่อน ถุงใต้ตาบวม ได้ทั้งการฉีด รวมไปถึงการผ่าตัด ที่ LENISTA ทางเรามีทีมแพทย์เชี่ยวชาญโดยเฉพาะ ที่จะศัลยกรรมตัดถุงใต้ตา หรือ ศัลยกรรมหนังตาล่าง และยังมีการ จัดเรียงไขมันใต้ตา ที่สามารถแก้ไขปัญหาแม่นยำได้อย่างตรงจุด หมดห่วงปัญหาเหล่านั้นไปได้เลย 

แก้ปัญหาถุงใต้ตา ฉบับ Lenista Clinic​

ถุงใต้ตา คืออะไร

ถุงใต้ตา

คือ ไขมันใต้ตาที่มีลักษณะเป็นถุงบวมออกมาตรงบริเวณใต้ขอบตาล่าง ซึ่งอาจเป็นของเหลวส่วนเกินในร่างกายที่มาสะสม ทำให้เปลือกตาล่างดูบวมเป็นก้อน ยิ่งใต้ตาหมองคล้ำทำให้เห็นถุงใต้ตาชัดมากยิ่งขึ้น จึงเป็นเหตุให้หลายๆคนเลือกที่จะรักษาถุงใต้ตาหย่อนคล้อย โดยการผ่าตัดถุงใต้ตา ถ้าอาการถุงใต้ตาบวมหนักมากๆ หรือรบกวนการใช้ชีวิตในประจำวัน

ผ่าตัดถุงใต้ตา คืออะไร

ผ่าตัดถุงใต้ตา

ือ กระบวนการรักษาความงาม เพื่อแก้ปัญหาถุงใต้ตาที่หย่อนหรือนูนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยการศัลยกรรมผ่าตัดถุงไขมันบางส่วนบริเวณใต้ตาออก หรือจัดเรียงไขมันใต้ตาให้ดูเรียบเนียน สวยงามดูเป็นธรรมชาติ จากนั้นจะเย็บด้วยเทคนิคเย็บแผลใน บริเวณแนวขนตา ซึ่งมีความยาวเพียง 0.5 – 1 ซมเท่านั้น ทำให้แผลเล็ก มองไม่เห็นรอยแผลเป็น ผลลัพธ์ที่ได้คือปรับให้ผิวรอบบริเวณดวงตาดูอ่อนเยาว์และเป็นมิติสม่ำเสมอกันมากขึ้น ไม่มีก้อนถุงที่ทำให้โครงหน้าดูสูงวัย 

ถุงใต้ตา

เทคนิคการรักษาถุงใต้ตา ที่ LENISTA

เป็นการผ่าตัดจัดเรียงถุงใต้ตาใหม่ หรือตัดไขมันบริเวณถุงใต้ตา และผิวหนังส่วนเกินออก การผ่าตัดจะให้ผลลัพธ์ที่ยาวนานกว่าการฉีด   ฟิลเลอร์ อีกทั้งยังสามารถแก้ไขปัญหาถุงใต้ตาที่มีขนาดใหญ่ และหย่อนคล้อยเยอะได้ดีกว่าการฉีดฟิลเลอร์

เป็นการฉีดสารเติมเต็มชั้นไขมันที่หายไปบริเวณช่วงหน้าแก้ม แนวกระดูกเบ้าตาที่ทรุดตัวลง รวมไปถึงซัพพอร์ตแนวเส้นเอ็นบริเวณรอบดวงตาที่หย่อนคล้อยให้เกิดความกระชับขึ้น ซึ่งจะพยุงถุงใต้ตาที่หย่อนขึ้น และดันไขมันใต้ตาด้านในที่ไหลออกมาให้ถูกพยุงกลับเข้าไป เพื่อให้ใต้ตานั้นดูตื้นขึ้น

การผ่าตัดตัดถุงใต้ตา
LENISTA CLINIC

Bags under eyes

การศัลยกรรมผ่าตัดถุงใต้ตา

การทำศัลยกรรมผ่าตัดถุงใต้ตา สามารถช่วยลดถุงใต้ตาได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสาเหตุของแต่ละคน ขั้นตอนการผ่าตัด แพทย์จะเปิดแผลผิวหนังใต้ตาด้านใน แล้วตัดถุงไขมันส่วนเกินใต้ผิวออก แต่คนไข้ที่มีผิวหนังตาที่หย่อนคล้อย อาจต้องตัดผิวหนังส่วนเกินออกด้วย จากนั้นแพทย์จะปิดแผลด้วยการเย็บแผลเล็กๆ การทำการผ่าตัดทุกหัตถการควรเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโดยเฉพาะ เพื่อลดความเสี่ยงและผลข้างเคียงของการศัลยกรรรมผ่าตัด

  • การผ่าตัดถุงใต้ตาเป็นการทำหัตถการผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับขนาดถุงใต้ เช่น

    • ถุงใต้ตาหมองคล้ำเป็นวง
    • ถุงใต้ตา 2 ข้างไม่เท่ากัน
    • ถุงใต้ขอบตานูนใหญ่
    • ถุงใต้ดูบวมเป็นก้อนขนาดใหญ่
    • ผิวขอบตาล่างเหี่ยวย่นจนห้อย
สามารถดูรีวิวศัลยกรรมอื่นๆได้ที่ >>>

ถุงใต้ตาเกิดจากอะไร

สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดที่เป็นปัญหาของถุงใต้ตา เมื่อเราอายุมากขึ้น เนื้อเยื่อบริเวณรอบดวงตาจะค่อยๆอ่อนแอ และหย่อนคล้อย เกิดจากการสูญเสียคอลลาเจนบริเวณรอบดวงตา ทำให้ผิวหนังและเนื้อเยื่อที่อยู่บริเวณข้างใต้บริเวณตาทั้งหมดสูญเสียความยืดหยุ่น เกิดความหย่อนคล้อยเห็นได้ชัดเนื่องจากบริเวณผิวหนังใต้ตามีความเนื้อบางและเบาะช้ำง่าย

ปัจจัยอื่นๆที่ทำให้เกิดถุงใต้ตา

ปัญหาถุงใต้ตาจากกรรมพันธุ์เกิดจากการที่ ระบบต่อมไร้ท่อทำงานผิดปกติ ส่งผลให้ฮอร์โมนที่ควบคุมการไหลเวียนของเหลวในร่างกายทำงานผิดปกติ ทำให้ไขมันและของเหลวต่างๆ มาสะสมที่บริเวณใต้ตาจนกลายเป็นถุงใต้ตาที่มองเห็นได้ชัด ถุงใต้ตาที่เกิดจากกรรมพันธุ์สังเกตเห็นได้ตั้งแต่อายุน้อยๆ และเป็นระยะยาว

ปัญหาถุงใต้ตาจากภูมิแพ้ไม่ว่าจะแพ้อากาศ แพ้อาหาร แพ้ฝุ่น และอื่นๆ ก็มีโอกาสจะเจอปัญหาถุงใต้ตาได้ง่าย เพราะอาการของภูมิแพ้จะทำให้เกิดการคันระคายเคืองรอบดวงตา มีการขยี้หรือถูแรงๆรอบดวงตา รวมทั้งเส้นเลือดดำบริเวณรอบดวงตาขยายตัวใหญ่ขึ้น จนทำให้ผิวบริเวณใต้ตาบวมขึ้นและมีรอยคล้ำใต้ตาเห็นได้ชัด

ปัญหาถุงใต้ตาจากอายุที่เพิ่มมากขึ้น ก็เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เกิดถุงใต้ตา เพราะยิ่งเรามีอายุมากขึ้นกล้ามเนื้อบริเวณรอบดวงตาก็เริ่มหย่อนคล้อยและอ่อนแอลง ทำให้ไขมันและของเหลวเคลื่อนตัวลงสะสมรวมอยู่ที่บริเวณใต้ตา จนกลายเป็นถุงใต้ตาบวมๆ หย่อนๆ และเป็นก้อน

  • ปัญหาถุงใต้ตายังส่งผลทำให้เกิดเงาใต้ดวงตา ทำให้ใบหน้าดูไม่สดใส หมองคล้ำ เหมือนคนอดนอน ไม่มีชีวิตชีวาอีกด้วย

พฤติกรรมบางอย่างในชีวิตประจำวันที่ทำไปโดยไม่รู้ตัวเป็นประจำ เช่น อดนอน นอนดึก พักผ่อนไม่เพียงพอ ร้องไห้บ่อย ใช้สายตาเยอะ เช่น การจ้องหน้าจอเป็นเวลานานๆ จะส่งผลให้เลือดของเราไหลไปรวมกันอยู่ที่ดวงตามากเป็นพิเศษ จนทำให้เกิดขอบตาคล้ำ และเป็นถุงใต้ตา

ปัญหาถุงใต้ตา อาจเกิดจากโรคบางชนิดได้ ทั้งที่อายุยังไม่มาก อาจมาจากสาเหตุของโรคหัวใจ โรคไต ความดันเลือดสูง อาจทำให้เกิดน้ำคั่งในร่างกายมากกว่าปกติ เป็นเหตุให้หนังตาบวม หรือถุงใต้ตาบวมได้ง่ายขึ้นอีกทั้งยังบ่งบอกว่าร่างกายเริ่มเหนื่อยล้า สาเหตุจากการพักผ่อนไม่เพียงพอ หรือมีอาการภูมิแพ้ร่วมด้วย

2090

ปัญหาที่พบได้

ใต้ตาดำ / ลึก     ถุงใต้ตา

ถุงใต้ตามักไม่มีอันตราย แต่บางครั้งก็อาจเป็นสัญญานของภาวะโรคที่เป็นอยู่ได้ ถุงใต้ตาส่วนใหญ่จะเห็นได้ชัดในตอนเช้า เนื่องจากไขมันและของเหลวเกิดการสะสมใต้ผิวหนังที่มีช่องว่างนั้นอยู่ตลอดคืน

หากมีอาการบวมรุนแรงขึ้น มีอาการปวด คัน แดงและไม่หาย ควรรีบไปพบแพทย์ในทันที

ปัญหาถุงใต้ตา มีวิธีแก้ไขหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการรักษาโดยแพทย์ เป็นวิธีการรักษาด้วยการผ่าตัด ซึ่งเป็นวิธีที่เห็นผลดีอย่างชัดเจนและได้ผลลัพธ์ถาวร  อีกวิธีแก้ปัญหาคือ การหมั่นดูแลสุขภาพร่างกายของตัวเองให้ดีก็เป็นสิ่งที่ช่วยบรรเทาอาการบวมให้ดีขึ้นได้ในเบื้องต้น ส่วนใครที่ไม่อยากผ่าตัดและอยากเห็นผลทันที ฟิลเลอร์ก็เป็ฯอีกหนึ่งทางเลือกที่สามารถรักษาปัญหาถุงใต้ตาได้เช่นกัน แต่ผลลัพธ์อาจอยู่ได้ไม่นาน เท่ากับวิธีศัลยกรรมผ่าตัดถุงใต้ตา

ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้เหมาะสม เช่น หลีกเลี่ยงการขยี้ตาแรง ๆ นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ หมั่นรักษาสุขภาพ ตรวจสุขภาพสายตา นวดลดถุงใต้ตาบวม โดยการทาครีมบำรุงรอบดวงตาเพื่อป้องกันการเกิดถุงใต้ตาได้

ประเภทถุงใต้ตา

ถุงใต้ตาแบ่งได้เป็น  2 ประเภทหลักๆ คือ ถุงใต้ตาแท้และถุงใต้ตาเทียม 

ถุงใต้ตาแท้

ถุงใต้ตาแท้ มักจะเกิดขึ้นโดยธรรมชาติ ส่วนใหญ่จะสืบทอดจากกรรมพันธุ์ ไม่สามารถหายไปเองได้ สาเหตุที่ทำให้ถุงเหล่านี้บวมขึ้นจนเห็นได้ชัดนั้นเกิดจาก เช่น

  • ความเสื่อมสภาพของผิวหนังตามอายุ
  • ระบบต่อมไร้ท่อในร่างกาย ผิดปกติ
  • ในบางท่านที่มีอายุแล้ว จะเกิดร่วมกับการหย่อนคล้อยของผิวบริเวณใต้ตาร่วมด้วย

ถุงใต้ตาเทียม

ถุงใต้ตาเทียม ส่วนใหญ่มักจะเกิดจากพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน สังเกตได้จาก ตาเราบวมได้ไม่กี่ชั่งโมง ไม่นานก็หายไป ซึ่งปัญหานี้เกิดได้หลายสาเหตุด้วยกัน เช่น

  • การนอนดึกต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน
  • พักผ่อนไม่เพียงพอ
  • การกินอาหารรสจัด
  • ใช้สายตาเยอะ ทำงานหน้าจอบ่อยๆ
  • การขยี้ตา หรือเช็ดตาแรงๆ
  • ระบบการไหลเวียนในร่างกายไม่ดี
  • ระบบต่อมไร้ท่อภายในร่างกายทำงานผิดปกติ

การรักษาถุงใต้ตาแต่ละประเภท

การรักษาถุงใต้ตา แต่ละประเภทจะมีวิธีการรักษาที่แตกต่างกันไป ดังนี้

ถ้าถุงใต้ตาบวมไม่มาก อายุไม่เยอะวิธีแก้ไข คือ การ ฉีดฟิลเลอร์ใต้ตา ด้วยสารเติมเต็ม สามารถช่วยให้ถุงใต้ตาหายไป และผิวบริเวณใต้ตาเรียบเนียนขึ้นได้

แต่ถ้าเป็นถุงใต้ตาบวมเยอะมากจริง ๆ อาทิเช่น กรณีที่ มีถุงใต้ตาบวม บวกกับความหย่อนคล้อยบริเวณใต้ตา แนะนำวิธีการ “ผ่าตัดถุงใต้ตา” เพราะสามารถช่วยกำจัดความหย่อนคล้อยได้อีกด้วย และผลลัพธ์ถาวรกว่า

ถุงใต้ตาที่เกิดจากชีวิตประจำวันสามารถแก้ไขได้โดยง่าย โดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตทั้งหมดที่ส่งผลทำให้เกิดถุงใต้ตา เช่น การนอนพักผ่อนให้เพียงพอ ลดอาหารรสจัด ดื่มน้ำเปล่าตามน้ำหนักร่างกายเรา ไม่ขยี้ตาหรือถูกตาแรงที่ทำให้เสียดสีตาจนเกินไป หรือบริบทที่เกิดบ่อยที่สุด คือ การร้องไห้ เพราะส่วนมากสาวๆที่ชอบดูซีรี่ย์ จะร้องไห้ตาบวมกันเยอะสาวๆสามารถประคบเย็นบริเวณใต้ตา ก็จะลดอาการบวมบริเวณรอบดวงตาได้เล็กน้อย

การศัลยกรรมแก้ไขถุงใต้ตา เหมาะสำหรับใคร

แก้ไขถุงใต้ตา ทำอย่างไร

แก้ไขถุงใต้ตา มีทั้งวิธี ผ่าตัดถุงใต้ตา และวิธีที่ไม่ผ่าตัด ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอาการลักษณะของคนไข้มากน้อยเพียงใด หากคนไข้เป็นน้อยก็ไม่จำเป็นต้อง ผ่าตัดถุงใต้ตา แต่สามารถรักษาด้วยวิธีอื่นได้ เช่น ฉีดฟิลเลอร์ลดถุงใต้ตา เลเซอร์ถุงใต้ตา หรือการฉีดไขมันเข้าไปในบางจุด สำหรับอาการที่บวมมาก ร่วมด้วยกับความหย่อนคล้อยของหนังส่วนเกิน แนะนำว่าการ ผ่าตัดถุงใต้ตา ได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าเนื่องด้วยเทคนิคสมัยใหม่ ทำให้ได้ผลลัพธ์ถาวรและแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด

การผ่าตัดถุงใต้ตามี 2 แบบคือ ผ่าตัดเอาถุงใต้ตาออกอย่างถาวร กับผ่าตัดโดยเย็บเก็บถุงไขมันบริเวณใต้ตา เพื่อให้ถุงใต้ตานั้นหายไป 

แต่อย่างไรก็ตาม การรักษาถุงใต้ตาเราควรเข้าใจกันก่อนว่า ถุงใต้ตาที่ปูดบวมนั้น เกิดขึ้นได้อย่างไร?

ผ่าตัดถุงใต้ตา
มีกี่วิธี และแตกต่างกันอย่างไร

เทคนิคการผ่าตัดของแต่ละแพทย์จะมีเทคนิคที่แตกต่างกันออกไปแต่ละคลินิก ซึ่งราคาก็จะแตกต่างกันได้ด้วย ดังนั้นควรศึกษาก่อนตัดสินใจศัลยกรรม และเลือกคลินิคที่มีความสะอาดปลอดภัยได้มาตฐาน ที่ LENISTA ไม่ใช่แค่เรื่องความสะอาดและปลอดภัย แต่มีทีมแพทย์เฉพาะทางศัลยกรรมตกแต่งใบหน้าโดยเฉพาะ ประสบการณ์ในวงการความงามมากกว่า10ปี

ผ่าตัดถุงใต้ตาแบบเปิดแผลด้านใน

เป็นการผ่าตัดเปิดแผลด้านในบริเวณขอบตาล่าง วิธีนี้สามารถปกปิดรอยแผลได้ดี และเกิดผลข้างเคียงน้อย เพราะแพทย์จะตัดเฉพาะไขมันที่ทำให้เกิดปัญหาออกเท่านั้น

  • เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่มีหนังตาส่วนเกินออกมามาก 
  • เหมาะสำหรับผู้ที่อายุยังน้อย

ผ่าตัดถุงใต้ตาแบบเปิดแผลด้านนอก

เป็นการผ่าตัดเปิดแผลด้านนอกบริเวณขอบตาล่าง วิธีนี้สามารถเก็บได้ทั้ง หนังตา และไขมันถุงใต้ตา เพราะสามารถตัดตกแต่งได้ทั้งหนังตาที่หย่อนคล้อย และตัดไขมันในถุงใต้ตาออกไปได้หมด แต่อาจเห็นรอยแผลและมีอาการบวมมากกว่าการผ่าแบบเปิดแผลด้านใน

  • เหมาะสำหรับผู้ที่มีหนังตาส่วนเกินค่อนข้างมาก
  • เหมาะสำหรับผู็ที่อายุมาก

รักษาถุงใต้ตา โดยไม่ต้องผ่าตัด

รักษาถุงใต้ตา ง่าย ๆ ทำได้ด้วยตัวเอง

  • พักผ่อนให้เพียงพอ นอนให้ได้วันละ 7-8 ชั่วโมง และ นอนหมอนสูงเล็กน้อย เพื่อลดอาการบวมบริเวณถุงใต้ตา
  • ควบคุมอาการภูมิแพ้ รับประทานยาเมื่อมีอาการแพ้อย่างเคร่งครัดเพื่อให้ไม่ให้เกิดอาการบวมอีก 
  • ลดทานอาหารรสเค็ม  อาหารโซเดียมสูง เพราะโซเดียมจะทำให้ผิวเกิดอาการบวม 
  • บำรุงด้วยผลิตภัณฑ์บำรุงรอบดวงตา เช่น อายเจล อายครีม มาสก์ตา โบกก่อนนอนตื่นเช้ามา อาการหายไปทันที
  • อย่าลืมดื่มน้ำมาก ๆ สามารถหลีกเลี่ยงอาการถุงใต้ตาบวมได้อีกด้วย
  • ทานอาหารที่มีโปรตีน และวิตามิน บี อาหารเหล่านี้จะช่วยซ่อมแซมร่างกาย ทำให้ลดถุงใต้ตาได้ 
  • ลดการดื่มแอลกอฮอล์ เพราะจะดึงน้ำออกจากร่างกาย ทำให้ผิวแห้งและตามมาด้วยถุงใต้ตา 
  • ประคบเย็นด้วยของที่หาได้ง่าย ๆ เช่น ช้อนแช่เย็น แตงกวา มันฝรั่งดิบ ถุงชา น้ำเกลือ โดยประคบเบา ๆ บริเวณรอบดวงตา ประมาณ 5 – 10 นาที อาการก็จะบรรเทาลง

รักษาถุงใต้ตา โดยการฉีดฟิลเลอร์

ถุงใต้ตามีหลายแบบ ถ้าถุงใต้ตาบวมไม่มากอาจจะไม่ต้องผ่าตัดถุงใต้ตาก็ได้ อย่างกรณีมีร่องบริเวณใต้ตา หรือร่องน้ำตาลึก สามารถฉีดฟิลเลอร์ใต้ตาเพื่อเข้าไปเติมเต็มบริเวณร่องให้เต็มตื้นขึ้น ส่งผลให้ถุงใต้ตาที่เป็นอยู่ดูสมดุลกัน หรือเห็นชัดน้อยลง แต่ต้องใช้แพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ และเลือกใช้ชนิดฟิลเลอร์ที่เหมาะสมผลลัพธ์จึงจะออกมาดีที่สุด สำคัญที่สุดก่อนฉีดฟิลเลอร์ควรตรวจกล่องฟิลเลอร์เพื่อป้องกันฟิลเลอร์ปลอมลดความเสี่ยงตาบอดได้

รักษาถุงใต้ตา โดยการผ่าตัด

การผ่าตัดถุงไขมันใต้ตา เป็นการแก้ไขปัญหาถุงไขมันใต้ตาที่มีขนาดใหญ่ เกิดจากผิวหนังที่หย่อนคล้อยลงและมีไขมันที่เปลือกตาล่างมาก

ขั้นตอนการผ่าตัด

แพทย์จะผ่าตัดนำชิ้นไขมันที่อยู่บริเวณใต้ตาออกและจัดเรียงไขมันใต้ตาให้ดูเรียบเนียน

จากนั้นจะเย็บด้วยเทคนิคเย็บแผลใน บริเวณแนวขนตา ซึ่งมีความยาวเพียง 0.5 – 1 ซมเท่านั้น 

การเตรียมตัวก่อน การผ่าตัดถุงใต้ตา

งดสูบบุหรี่ และดื่มแอลกอฮอล สองอาทิตย์ก่อนการผ่าตัด เพราะเพิ่มความเสี่ยงของภาวะแทรกซ้อนและสามารถชะลอกระบวนการบำบัดได้

หลีกเลี่ยงการรับประทานแอสไพรินเป็นเวลา 2 สัปดาห์ก่อนการผ่าตัด
เนื่องจากอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการตกเลือดได้

อย่าลืมแจ้งให้แพทย์ทราบเกี่ยวกับยาหรืออาหารเสริมที่กำลังใช้อยู่
เนื่องจากยาบางชนิดอาจต้องหยุดก่อนการผ่าตัด

การดูแลตัวเองหลัง ผ่าตัดถุงใต้ตา

หลังผ่าตัดจะเกิดอาการตาบวมในช่วง 3 วันแรก และจะยุบลงภายใน 10 วัน
ระหว่างนั้นควรนอนยกศีรษะสูงเสมอ

หมั่นประคบเย็นบริเวณรอบดวงตาและหน้าผากเพื่อลดอาการบวม
โดยเฉพาะช่วง 2 วันแรก

ระวังอย่าให้แผลโดนน้ำ หลังผ่าตัดประมาณ 7 วัน หรือจนกว่าจะตัดไหม เพื่อหลีกเลี่ยงอาการอักเสบ

ห้ามขยี้ตารุนแรง 3 สัปดาห์ และงดกิจกรรมที่ใช้สายตามาก เช่น
ดูโทรทัศน์ เล่นโทรศัพท์ หรืออ่านหนังสือ เอาไว้ก่อน ถ้าจำเป็น ก็ควรเว้นช่วงให้ได้พักสายตาบ้าง

ทานอาหารได้ปกติ แต่ควรงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
หรืออาหารของหมักดองประมาณ
7 วัน

*ข้อเสีย*

้อเสีย คือ ถ้าตัดไขมันออกมากเกินไป ทำให้เกิดการยุบตัวจนตาลึกโบ๋ได้ แทนที่จะสวยกลับทำให้หน้าดูแก่ขึ้น ดังนั้นก่อนตัดสินใจศัลยกรรมควรศึกษาทั้งข้อดีและข้อเสีย การเลือกแพทย์ก็เป็นสิ่งสำคัญควรเลือกแพทย์ที่มีความชำนาญบริเวณรอบดวงตา หรือ ศัลยกรรมตกแต่ง มีความชำนาญ และ ประสบการณ์สูง รวมถึงการเลือกคลินิกที่มีความสะอาดและปลอดภัยน่าเชื่อถือ 

อาการที่อาจเกิดหลังผ่าตัด

รายละเอียดการรักษา

1676026042125

ฉีดยาชา

1676024477283

ระยะเวลาผ่าตัด 30นาที-1 ชั่วโมง

1676024713895

ไม่ต้องพักฟื้น สามารถกลับบ้านได้เลย

1676025801381

ไม่ต้องตัดไหม

1676024748541

ตรวจติดตาม 7วัน 14วัน 1เดือน 3เดือน และ6เดือน

1676024835443

ระยะพักฟื้นเข้าที่ 7วัน

ราคาผ่าตัดถุงใต้ตา

ราคาผ่าตัดถุงใต้ตา เป็นการผ่าตัดโดยใช้ยาชาเฉพาะที่ คลินิกขอสงวนสิทธิ์ราคาค่าบริการหน้าเว็บ เพราะอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ 

สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ช่องทางของคลินิก 

ทำไมต้องตัดถุงใต้ตา ที่ LENISTA

  • ทีมแพทย์เฉพาะทางศัลยกรรมตกแต่งใบหน้าโดยเฉพาะ ประสบการณ์ในวงการความงามมากกว่า10ปี 
  • ได้รับความไว้วางใจจากคนไข้ LENISTA และเป็นที่ยอมรับในกลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติ
  • การบริการเป็นเลิศ Beauty Consultant ติดตามผลหลังศัลยกรรมอย่างใกล้ชิด และพร้อมให้คำแนะนำปรึกษาได้ทุกเมื่อ
  • LENISTA ทุกศัลยกรรม จุดเด่นของเราเน้นในเรื่องของการซ่อนแผล และเทคนิคการเย็บแผลที่ประณีต จะดูกลมกลืน ที่สุด เพราะเราใส่ใจเรื่องความสวยความงามของคนไข้ทุกคน

Q & A (คำถามที่พบบ่อย)

สามารถแต่งหน้า หลังจากตัดไหม 14 วัน สามารถแต่งหน้าได้ตามปกติ

ไม่เกิดรอยแผลเป็นภายนอก เนื่องจากทำการผ่ากรีดบริเวณเยื่อบุด้านในตาล่าง ทำให้ไม่มีรอยแผลเป็นที่มองเห็นได้จากภายนอก

ศัลยแพทย์จะทำการฉีดยาชาเพื่อระงับความเจ็บระหว่างทำ จะมีความรู้สึกเจ็บแค่ช่วงฉีดยาชาเล็กน้อย หลังจากที่ยาชาออกฤทธิ์จะไม่รู้สึกเจ็บ 

โอกาสการกลับมาของไขมันใต้ตาส่วนใหญ่มักจะไม่กลับมา นอกจากคนไข้ที่มีปัญหาเยอะ สามารถทำให้ปัญหาไขมันใต้ตากลับมาได้

LENISTA CLINIC

ปรึกษาการทำศัลยกรรมฟรี! พร้อมให้คำแนะนำ

ช่องทางการติดต่อ

ท่านสามารถเลือกช่องทางการติดต่อได้ด้านล่างนี้

* ปรึกษาฟรี!! ไม่มีค่าใช้จ่าย

  • ฟิลเลอร์
  • โบท็อก
  • เมโสแฟต
  • ปรับหน้าอ่อนเยาว์ด้วยฟิลเลอร์
  • แก้ถุงใต้ตา
  • ไม่ต้องผ่าตัด
  • วิตามินผิว
  • ทรีทเมนต์หน้า

Call Center

เปิดให้บริการ 09:00น. – 24:00น. ทุกวัน

© 2022 lenistaclinic.com สงวนลิขสิทธิ์.